ค้นหา

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่ 16 25/10/65

สรุปการเรียนรู้ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
https://drive.google.com/file/d/1lxi2xMhQ2hU0UqO11X4rmnFXUMpYlqiw/view?usp=drivesdk
คลิปวีดีโอการทดลองของเล่น บันไดงูรวมสมาธิ

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่15 17/10/45

วันนี้อาจารย์ได้ให้ทำสรุปว่า ที่ผ่านมาได้อะไรไปบ้สงเเล้วอาจารย์ก็ให้ร้องเพลงที่เกี่ยวกับการที่เรานำไปใช้ได้เมื่อเราสอนเด็กปฐมวัยในห้อง 
รวมไปถึงอาจารย์ให้ออกแบบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านมีอะไรบ้างที่เกิดขึ้นกับเด็ก แล้วอาจารย์ให้สรุปว่าได้ประโยชน์อะไรบ้างจากเหตุการณ์นี้

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ที่14 11/10/65

วันนี้ได้เรียนรู้เก็บกับการเอาเด็กปฐมวัยให้อยู่เป็นที่้เรียบร้อย ไม่ว่าจะนำเพลงมาเพราะครูปฐมวัย ต้องร้องเพลงได้เพราะจะทำให้เด็กไม่โดยน่าเบื่อกับการมาเรียนในทุกวันเเละทุกครั้ง เช่นการนำเพลงมาสอน เรื่องของดอกไม้ประจำชาติ การทักทายสวัสดีหลายภาษา หรือเพลงที่ฃผเเต่งเกี่ยวกับ กิจวัตรประจำวัน 
ในส่วนอื่นคือ การใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะให้เด็กดูคลิปวิดีโอ
หรือการเล่านิทานเพราะ นิทานเป็นเรื่องเล่าที่น่าสนใจ เเต่ต้องให้มันเป็นกระบวนการ เปฌนเนื้อหาที่เข้าใจง่าย เช่นนิทานที่สอนการอดทน
คุณธรรมะจริยธรรม การใช้ชีวิต ประโยชน์ของผลไม้หรืออื่นๆ

พัฒนาการของเด็ก4ด้าน 
ร่างกาย 
สติปัญญา
อารมณ์+จิตใจ
สังคม

การเรียนรู้ครั้งที่13 4/10/65

เด็กในศตวรรษที่ 21
จะมีทักษะการเรียนรู้ 
ทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
และทักษะการใช้ชีวิต

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่ 12 27/09/65

การพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพมี 2 ปัจจัยคือ
1. ปัจจัยด้านพันธุกรรม กำหนดขีดความสามารถและแนวโน้มของการพัฒนา
2. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม  มีอิทธิพลหลายอย่างเช่นโภชนาการ ความสัมพันธ์ในครอบครัวเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัวขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม รูปแบบการเลี้ยงดู 

พัฒนาการของเด็กที่ว่าดี ต้องเริ่มต้นจากครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูการปลูกฝังค่านิยม ความรัก คุณค่าของชีวิต เด็กจะดีต้องมีการฝึกสอนใน ด้านคุณธรรม การมีระเบียบวินัยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การเสียสละและเห็นผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

ในคริสตศักราช 1967 ได้ศึกษาเด็กก่อนวัยเรียนและผู้ปกครองของเด็กโดยสังเกตพฤติกรรมของเด็กทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน ด้วยสามารถแบ่งออกเป็น 2 มิติ
1. มิติควบคุมหรือเรียกร้องจากบิดามารดา บิดาบางคนมีมาตรฐานกำหนดไว้ เช่นมาตรฐานสูง  จะมีการกำหนดให้เด็กมีมาตรฐานที่สูงขึ้น แต่ถ้าไม่มีมาตรฐานที่สูงเด็กก็จะไม่มีความพยายาม
2.มิติการตอบสนองความรู้สึกของเด็ก  บิดามารดาบางคนตอบสนองเด็กและยอมรับเข้าใจตอบสนองความต้องการของเด็กด้วยดี

Baumrind เขาได้ผสมผสาน 2 มิติดังกล่าวและจัดรูปแบบของการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบดังนี้
1 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ ผู้ปกครองได้มีการสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการวุฒิภาวะของเด็กโดยอนุญาตและให้เด็กมีอิสระตามควรแก่วุฒิภาวะในขณะเดียวกันผู้ปกครองก็กำหนดขอบเขตพฤติกรรมของเด็กที่พอดี ในขณะเดียวกันผู้ปกครองให้ความรักความอบอุ่นเอาใจใส่ต่อเด็กเปิดโอกาสให้เด็ก
2.รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม มีการกำหนดเกณฑ์อย่างเข้มงวดเด็กไม่มีการตอบสนองความต้องการของเด็กโดยตรงผู้ปกครองมักมีการเข้มงวด
3.รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ  ผู้ปกครองจะตามใจเด็กปล่อยเด็กไม่มีขอบเขตกำหนดบิดามารดาจะให้ความอบอุ่นและตอบสนองความต้องการของเด็กเสมอ
4.รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง ผู้ปกครองจะไม่ให้ความสนใจหรือตอบสนองความต้องการของเด็กเพิกเฉยปฏิเสธ 

การพัฒนาแบบสำรวจรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind ในไทย
ได้มีการวิจัยใหม่ในพ.ศ 2528-2542 โดยมีทั้งหมด 99 ข้อซึ่งประกอบด้วยข้อกระทงที่ประเมินรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 4 รูปแบบโดยแต่ละรูปแบบประกอบด้วยลักษณะคำสำคัญ 8 ประการ
1 รูปแบบการเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
1 เรียกร้องพฤติกรรมที่เหมาะสมกับวัย 
2 กำหนดกฎระเบียบและวินัย 
3 กระตุ้นให้ปฏิบัติตามกฎ 
4 อบอุ่นรักสนับสนุน 
5 มีการสื่อสาร 2 ทางที่ชัดเจน 
6 ส่งเสริมให้เป็นตัวของตัวเองและพึ่งตนเอง
7เสร็จเคารพในสิทธิทั้งของพ่อแม่และเด็ก 
8 ให้รางวัลมากกว่าการลงโทษ
2 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม
1 เรียกร้องมาก
2 ตั้งมาตรฐานชัดเจน 
3 ให้ความสำคัญในการเชื่อฟัง 
4 ให้ความอบอุ่นน้อย
5 ไม่สนับสนุนการสื่อสาร 2 ทาง 
6 จำกัดความเป็นอิสระและความเป็นตัวของเด็กเอง 
7 อคติตามความต้องการของพ่อแม่ 
8 ข่มขู่และลงโทษ
3 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ
1 หลีกเลี่ยงการเรียกร้อง 
2 มีข้อกำหนดและกฎเกณฑ์น้อย 
3 อดทนและยอมรับพฤติกรรมไม่เป็นไปตามวัยไม่ขัดใจ 
4 ให้ความอบอุ่นพอประมาณและเกี่ยวข้องน้อย
5เด็กมีบทบาทในการสื่อสารมากกว่าพ่อแม่ 
6 ยอมรับการตัดสินใจที่ปราศจากความรับผิดชอบและความไม่มีวุฒิภาวะของเด็ก 
7 ลำเอียงเข้าข้างเด็ก 
8 ลงโทษน้อย
4 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง
1 ไม่เรียกร้อง 
2 ไม่มีกฎเกณฑ์และไม่ใส่ใจ 
3 ทอดทิ้งปฏิบัติไม่ดี 
4 ห่างเหินทางอารมณ์ 
5 มีการสื่อสารน้อย 
6 ให้เด็กมีอิสระโดยไม่มีการสนับสนุนจากพ่อแม่ 
7 ความต้องการของพ่อแม่เป็นใหญ่
8 ทำร้ายร่างกายและจิตใจ

งานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind
1 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับการปรับตัว
ต่างประเทศ
การอบรมแบบเอาใจใส่มีความสัมพันธ์การปรับตัวที่ดีของเด็กและวัยรุ่นมากที่สุดในขณะที่การเลี้ยงดูแบบโทษทิ้งมีการปรับตัวไม่ดีกับเด็กและวัยรุ่น
ประเทศไทย
ตกลงเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่มีการปรับตัวด้านครอบครัวได้ดีกว่า มีลักษณะคล้ายกับการวิจัยต่างประเทศ
2 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับพฤติกรรมทางสังคม
ต่างประเทศ
-แบบการเอาใจใส่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีทางสังคมให้ความร่วมมือมีความคิดสร้างสรรค์มีความเป็นผู้นำ
-แบบควบคุมมีรูปที่โกรธง่ายก้าวร้าวไม่มีความเป็นผู้นำไม่เป็นตัวของตัวเอง
-แบบตามใจเด็กจะมีความสามารถทางสังคมต่ำ 
-แบบทอดทิ้งพบว่าเด็กจะมีปัญหาด้านการเรียนปัญหาพฤติกรรม เช่น ติดยาเสพติด
ประเทศไทย
เพชรรัตน์ จันทศ แบบดูแลเอาใจใส่มีพฤติกรรมให้ความร่วมมือสูง

กตัญชลี ณรงค์ราช วิจัยวัยรุ่นที่ทำความผิดตามกฎหมายจะมีตัวแปร 6 ตัวแปรคือ 
1 ระดับการศึกษา 
2 รายได้ครอบครัว 
3 การคบเพื่อน 
4 การอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง 
5 อบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ 
6 พ่อแม่อยู่ร่วมกัน

พัชราวลัย ศิลป การวิจัยของเด็กมปลายโดยมีตัวแปร 4 ตัวแปรคือ
1 การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
2 การอบรมเลี้ยงดูแบบใช้อำนาจควบคุม 
3 เพศ 
4 การรับรู้ข่าวสารประชาธิปไตย

สรุปคือการวิจัยทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยมีลักษณะสอดคล้องกัน

3 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับอารมณ์
การเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่จะมีความมั่นคงทางอารมณ์มีเหตุผลหนักแน่นควบคุมและปรับตัวได้ดีเฉลียวฉลาดทางอารมณ์
การอบรมเลี้ยงดูกับความวิตกกังวลมักพบในกลุ่มที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบควบคุมมีความวิตกกังวลสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่มีพฤติกรรมการคิดถึงบ้านโดยมีอารมณ์คิดถึงบ้านรุนแรงกว่านักเรียนที่เลี้ยงดูแบบควบคุม
การเลี้ยงดูแบบทอดทิ้งมักมีการคิดถึงบ้านมากกว่าการเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่

สรุปการวิจัยทางต่างประเทศและในประเทศไทยมีการสอดคล้องกัน

4 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับการกำกับตัวเอง
แบบการอบรมเอาใจใส่พบว่ามีการให้ความรักและสนับสนุนให้ความอบอุ่น
แบบควบคุมและแบบตามใจมีการเรียนรู้แบบกำกับตัวเองสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง

5 รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับอัตมโนทัศน์
การวิจัยวัยรุ่นตอนกลางมีตัวแปร 3 ตัวจาก 6 ตัว
หนึ่งยอมรับของกลุ่มเพื่อน
2 รูปลักษณ์ทางกาย
3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

ส่วนอีก 3 ตัวแปรที่ไม่สัมพันธ์กับอัตมโนทัศน์ของวัยรุ่นตอนกลาง
1 เพศ 
2 สถานะเศรษฐกิจและสังคม 
3 รูปแบบการเลี้ยงดู

การเรียนรู้ครั้งที่ 11 20/09/45

วันนี้เป็นวันที่ได้ทำชิ้นงานซึ่งได้เลือกทำเขาวงกต
ได้มีการระบายสีและวาดสัตว์ต่างๆคือหมีแพนด้า กบ หมูและแมวซึ่งได้ตัดขวดเป็น 5 ส่วนแล้วนำมาประกอบกันเป็นเขาวงกตแล้วตรงกลางของรูปสัตว์ทั้งหมดได้เจาะรูเป็นรูปวงกลมเพื่อที่จะทำให้ลูกแก้วผ่านลงไปได้และสุดท้ายนำกาวมาประกบกันถือเป็นอันที่สิ้นสุด

การเรียนรู้ครั้งที่ 10 13/09/65

วันนี้ได้คิดค้นกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 0-3 ปี กิจกรรมที่ได้คิดมีดังนี้
1. กิจกรรมกระดานอักษร ซึ่งได้มีกระดานตัวอักษร a-z แล้วมีฝาขวดน้ำที่มีการเขียนตัวอักษร a-z ไว้บนฝา แล้วให้เด็กนำตัวอักษรที่เขียนไว้ในฝาไปตั้งไว้ในกระดานที่มีตัวอักษร a-z ให้ถูกต้อง
 2. เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับเด็กอายุเล็กๆคือเกมเขาวงกตซึ่งได้ทำเป็นรูปสัตว์หรือสิ่งต่างๆที่เป็นรูปวงกลมแล้วนำขวดมาตัดเป็นหลายๆส่วนบนกระดาษที่วาดในวงกลมตรงกลางเจาะรูที่สามารถนำลูกแก้วผ่านได้
3. เป็นกิจกรรมที่คิดที่จะนำขวดน้ำมาทำเป็นสีแล้วให้เด็กนำฝาขวดน้ำมาแยกสีตามสิ่งที่กำหนดไว้

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่ 9 6/9/65

 วันนี้ได้เรียนรู้การที่ทำมายแมพที่ถูกต้อง ตั้งเเต่เข้าเรียนจนหมดคาบเลยครับ รวมไปถึงได้เรียนรู้การที่นำไปใช้เพื่อที่จะประเมิน งานในอนาคตอีกด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้มันทำให้เราเกิดประโยชน์กับเรา เพื่อในการทำงานของเราเองในอนาคต โดยการนำ เนื้อหาของการเรียนรู้ครั้งที่ 8 ซึ่งเป้นการทำงานกลุ่มในอาทิตย์ที่แล้ว แล้วในอาทิตยืได้นำมาทำเป็นงานเดี่ยว เป็นของตัวเอง  การใช้เพลงในการสอนเด็กเพื่อให้เด้กได้สนุกและเพลิดเพลิน ครับ เช่นการทำท่าทางประกอบไปด้วย


การทำมายแมพ ที่ดีคือการทำให้มายแมพของเราสมดุลกัน ให้มากที่สุดครับ


วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่ 8 30/08/65

การออกแบบกิจกรรมของเด็กแรกเกิดถึง 3 ปี
พัฒนาการเเรกเกิดถึง 1 ปี
ยกศีรษะเองได้ ด้านการเคลื่อนไหว
การควบคุมศีรษะ
การพลิกตัวและถีบ
การนั่ง การคลาน การก้าวเดิน
เสริมพัฒนาการโดยการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง จั๊กจี้หรือนวดเบาๆ เล่นจ๊ะเอ๋ เล่นสนุกกับสี สร้างเสียงแปลกปลอม

พัฒนาการของเด็ก 1-2 ปี
เรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงและสี เริ่มเดินได้โดยไม่มีคนช่วย ชี้ไปหาสิ่งของที่สนใจ พูดเป็นประโยค 2-4 คำ เลียนแบบคำพูดที่เคยได้ยิน
เสริมพัฒนาการด้วยการพาไปเดินเล่น การหยิบจับสิ่งของ การเล่นน้ำ การดูภาพการเล่านิทาน

พัฒนาการของเด็ก 2-3 ปี
สามารถแยกวัตถุจากขนาดและสี ชอบตั้งคำถามสำรวจสิ่งรอบตัว เริ่มเดินหรือวิ่งกระโดด 2 ขาได้ มีการแสดงออกทางอารมณ์ชัดเจน เดินขึ้นลงบันไดได้ รู้คำศัพท์ใหม่ประมาณ 50 คำต่อวัน 
เสริมพัฒนาการด้วยการฝึกขว้างสิ่งของ การร้องเพลง กิจกรรมเข้าจังหวะ ฝึกการเล่าเรื่อง เล่นเกมจับคู่ เกมขนาดและรูปทรง บทบาทสมมุติ

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่ 7 16/08/65

 วันนี้ได้ทำงานกลุ่ม ในเรื่องของ การประเมินพัฒนาของของเด็ก จะมี 5 ด้านหลัก

ด้านร่างกาย

ตรวจสอบตามเกณฑ์ที่ ศธ. กำหนด เช่น ประเมินว่าเด็กทำได้ดีเเค่ไหน มีพัฒนาการการเเตกต่างจากการประเมินครั้งก่อนอย่างไหร่

ด้านภาษา 

ตรวจสอบความสามารถในการพูดสื่อสาร จับใจความ จดจำเรื่องราวได้ดีแค่ไหน แล้วเปรียบเทียบกับการประเมินครั้งก่อน

ด้านความคิดสร้างสรรค์

ตรวจสอบว่าเด็กสื่อสารความหมายในงานศิลปะ กล้าริเริ่มทำงานศิลปะ ตามความคิดของตัวเองได้แค่ไหน แล้วเปรียบเทียบกับการประเมินครั้งก่อน

ด้านอารมณ์และจิตใจ

ตรวจสอบการรู้จักขอบคุณ ขอโทษ หรือการควบคุม อารมณ์ของตัวเอง เมื่อต้องเจอสถานการณ์ต่าง ๆ แล้วเปรียบเทียบกับการประเมินครั้งก่อน

ด้านความคิด

ตรวจสอบว่าเด็กตัดสินใจแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์สมมุติ

หรือสามารถจําแนก แบ่งกลุ่ม จัดกลุ่มได้หรือไม่ แล้วเปรียบเทียบกับการประเมินครั้งก่อนะ

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่ 6 9/08/65

วันนี้ทำให้หัวข้อเรื่อง เด็กปฐมวัย 
เด็กปฐมวัยมีอายุตั้งแต่ปฎิสนธิจนถึง อายุ 6 ปี
พัฒนาการของเด็กปฐมวัยก็จะมี 4 ด้าน
1 ด้านร่างกายเด็กจะชอบ ปีนป่าย วิ่งเล่น
2 ด้านสติปัญญา การเรียนรู้ต้องใช้สัญลักษณ์ช่วยหรือภาพช่วยเพื่อจะทำให้เกิดการเรียนรู้
3 ด้านอารมณ์ เด็กจะมีอารมณ์ลักษณะคล้ายแบบผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ โกรธ ดีใจ พอใจ เสียใจ
4 ด้านสังคม เด็กสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้มากยิ่งขึ้นไม่ว่าสปริงการเข้าห้องน้ำการใส่รองเท้าการผูกเชือกรองเท้า
วิธีการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
สิ่งที่ต้องเรียนรู้ การปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น สัญชาตญาณ การสัมผัสจับสิ่งของ การเลียนแบบพฤติกรรมของบุคคลรอบข้าง สิ่งที่จูงใจ การกล่อมเกลาจิตใจ อารมณ์ การเรียนรู้แต่ละอายุปีก็จะเรียนรู้แตกต่างกันไป
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยจะเบ่งเป็น 8 ทฤษฎี
ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ การเรียนรู้พฤติกรรม การเข้ากับสังคมการปรับตัวเข้ากับสังคม จริยธรรม ทำดี ชั่ว สุขภาพดี สุภาพเรียบร้อย การเข้าใจของเด็กรอบข้าง ด้านภาษาด้านคณิต มิติสัมพันธ์  การเคลื่อนไหว ดนตรีศิลปะ และมนุษย์สัมพันธ์รอบข้าง
หลักการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
สร้างความผูกพันรักใคร่ ระบบการให้รางวัลด้านบวก พ่อแม่ต้องมีศีลธรรม การควบคุมสภาพแวดล้อมสิ่งแวดล้อมรอบข้างให้น่าอยู่และน่าอบรม วิธีการตอบสนองกลับ การควบคุมพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ 
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม 
ห้องเรียนต้องดูสะอาดเลยน่าเรียนรู้มีพื้นที่ว่างให้สำหรับการเรียนรู้ เป็นด้านศิลปะดนตรีวิทยาศาสตร์ มีการประดิษฐ์ 
สื่อในการส่งเสริมการเรียนรู้ 
 เด็กจะมีการเคลื่อนไหว  เล่นตามมุมห้องเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง
การประเมิน
จะมีการวัดผลคุณภาพและประเมินพฤติกรรมของเด็กในแต่ละสัปดาห์หรือทุกวันว่า ของเด็กมีการเรียนรู้อย่างไร

สิ่งที่ได้แบ่งกลุ่มกันวันนี้ชื่อกลุ่ม อนุบาลเด็กเล็ก ได้เลือกคือ การประเมิน สิ่งที่ได้คุยกันในวันนี้ก็คือได้ไปแบ่งหน้าที่การหาข้อมูล ถ้าควรหาข้อมูลในสิ่งใดบ้าง ประเมินเด็กจะมีการประเมินในด้านใดบ้างขอบคุณค่ะ


วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่ 5 2/08/65

วิธีการอบรมเลี้ยงดูของเด็กปฐมวัย มีพัฒนาการทางด้านร่างกาย ด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์ ด้านสังคม โดยจะมีประสาทสัมผัสทั้ง 5 ร่วมเข้าไปด้วยปาก  หู มือ จมูก ตา
สิ่งที่นึกถึงกันในครอบครัวบางครอบครัวก็นึกถึงกิจกรรมที่ทำด้วยกัน นึกถึงอาหาร หรือไม่ว่าจะเป็นการไปช่วยพ่อแม่ประกอบอาชีพ เช่นขายของ ทำเกษตรกรรม 
การอบรมเลี้ยงดูจะมี 4 แบบ
-การอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กตัดสินใจด้วยตัวเองเปิดโลกกว้างให้เด็ก เพื่อให้เด็กมีความกล้าแสดงออกให้ความคิดกับตัวเองและอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่เคร่งครัดกับเด็กมากจนเกินไป 
-การอบรมเลี้ยงดูแบบเข้มงวด จะมีการวางระบบและกฎเกณฑ์อย่างชัดเจนเพื่อให้เด็กทำตามที่ผู้ปกครองวาวไว้ วิธีนี้จะใช้วิธีการดุและว่ากล่าวเด็กๆแทน  การที่ใช้วิธีนี้เมื่อเด็กโตไปจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ส่งให้เขาเป็นคนที่ ว่านอนสอนง่าย แต่มีความก้าวร้าวซ่อนลึกอยู่ภายใน ขี้อายขี้กลัว และอ่อนไหวทางอารมณ์ค่อนข้างสูง
-การอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ เป็นการอบรมที่ไม่กำหนดขอบเขตของเด็ก กลุ่มนี้จะพยายามหาทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกต้องการมาให้ลูกโดยไม่มีข้อแม้  เมื่อลูกโตไปจะส่งผลให้ลูก ไม่มีระเบียบวินัยในตัวเอง ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่รู้จักการเสียสละ
-การอบรมเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย กลุ่มนี้ผู้ปกครองจะไม่ให้ความสนใจกับเด็กเท่าไหร่ ในกลุ่มนี้ผู้ปกครองจะให้ความสนใจในเรื่องของตัวเองมากกว่า เมื่อเด็กจะโตไป จะเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย เก็บกด
การอบรมเลี้ยงอยู่ที่เหมาะสม
มีเวลาให้ลูกเสมอ เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกให้เด็กๆ เป็นกำลังใจให้ลูกถูกโอกาส สนับสนุนให้ลูกมีพัฒนาการตามวุฒิภาวะของเด็ก
การส่งเสริมการเรียนรู้
ให้ความอบอุ่น สร้างแรงจูงใจ ให้กำลังใจเด็ก ให้ความรู้สึกดีกับเด็กในทางที่ดี เป็นแรงผลักดันให้กับเด็ก 
บทบาทของผู้ปกครองในการเลี้ยงดูเด็ก
อบรมคุณธรรมจริยธรรม ให้ความรักความอบอุ่นและความเข้าใจ อบรมดูแลและเลี้ยงดูให้เติบโต เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก
บทบาทของครูในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
สร้างเครื่องคุ้มภัยในสารทิศ ยกย่องให้ปรากฏในหมู่คณะ สอนให้เข้าใจ สอนศิลปวิทยาให้ ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดี 
เพลงที่ใช้ในการกล่อมลูก 
ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้เพลงในถิ่นของตัวเอง หากอยู่ภาคใต้ก็จะใช้เพลงในถิ่นของภาคใต้ ซึ่งบทเพลงจะใช้ในการให้ความอบอุ่นแก่เด็ก หรืออาจจะใช้ในการกลุ่มลูกเพื่อที่จะให้ลูกนอน บางครั้งบางเพลงอาจจะทำให้รู้สึกหวาดกลัว 
ภาคกลางอาจจะใช้เพลง กล่อมเด็กหรือกล่อมลูก
ภาคเหนือจะใช้เพลงสิกก้องก๋อ เพลงสิกจุ่งจา
ภาคอีสาน เพลงนอนสาหล่า นอนสาเยอ นอนมาเด้อ
ภาคใต้ เพลงร้องเรือ ช้าเรือ ชาน้อง
หรือบางคนอาจจะใช้เพลงสากลในการกล่อมลูก ในแต่ละภาคก็จะใช้เป็นภาษาถิ่นเข้าไปในเพลงเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ณ ท้องถิ่นนั้น ซึ่งแต่ละภาคก็จะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
การพับกระดาษ 
เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยในพัฒนาการของเด็กได้ เป็นสิ่งที่ให้ความน่าสนใจแก่เด็ก สิ่งที่เราพับกระดาษสามารถที่จะนำไปเป็นสื่อในการสอน แต่ในสัปดาห์ที่ 4 ได้ทำการพับกระดาษในรูปแบบของสัตว์อ้าปาก ซึ่งสามารถนำไปเป็นสื่อในการเล่านิทานได้ การพับกระดาษเป็นสิ่งสำคัญมากๆที่เด็กปฐมวัยต้องเรียนรู้ เพราะจะเสริมสร้างให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ช่วยให้เด็กบริหารมือไปอีกทางด้วย

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่4 26/07/65


สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้คือ อาจารย์ได้แจกแบบ การเรียนรู้สำหรับเด็ก มันเป็นภาพที่สัตว์อ้าปากน่ารักๆ ซึ่งสามารถนำไปเป็นสื่อการเรียนรู้ในการสอนกับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการเล่านิทาน นำไปเป็นตัวประกอบในตัวละคร เพื่อสร้างสื่อการเรียนรู้ให้กับเด็กเข้าใจมากยิ่งขึ้น หรืออาจจะนำไปประกอบการเล่าต่างๆ หรืออาจจะทำกิจกรรมจากเด็ก แต่หากไม่มีกระดาษติด สามารถใช้กล่องนมมาประยุกต์ดัดแปลงได้ ตัดครึ่งของกล่องนม มันเป็นสิ่งที่รีไซเคิลได้ ส่วนแบบที่มีคือ รูปแบบของฮิปโปและหมู ประโยชน์ที่จะทำให้เด็กเกิดความสนใจ ในสิ่งที่เราเสนอมากยิ่งขึ้น 

ส่วนในชิ้นงานที่ 2 คือ อาจารย์ได้เเจกกระดาษเปล่ามา1แผ่น เพื่อที่จะออกแบบในชิ้นงานของเราเอง เจริญได้ออกแบบเป็นแมว ซึ่งสามารถนำไปเป็นสื่อของการประกอบการสอนว่า แมวเป็นสัตว์เลี้ยง แล้วอาจารย์บอกว่า จะนำไปสแกนเพื่อที่นำไป เป็นสื่อการสอนของคุณครูอนุบาลได้

นอกจากนั้นยังพูดถึงเรื่องของ การแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย กางเกง กระโปรง สุภาพเรียบร้อย ทรงผม การอยู่ร่วมกัน


วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่3

 

สิ่งที่ได้เรียนในวันนี้ คือ ได้ระลึกถึงเพลงที่พ่อแม่เคยกล่อมหรือเคยได้ยิน ซึ่งเพลงที่ได้ยินก็คือเพลงกาเหว่าครับเป็นเพลงที่ใช้ประจำครอบครัวใช้มาจนถึงรุ่นหลานโดยเพลงนี้มีความรู้สึกว่าเป็นเพลงที่ให้ความอบอุ่นแก่ลูกให้ความรักแก่ลูก เป็นเพลงที่ใช้กล่อมนอนส่วนของเพลงที่ชื่นชอบก็คือ เป็นเพลงของภาคกลาง ชื่อเพลงว่านกขมิ้น ที่ชอบก็เพราะว่าเป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกว่าการที่เราจะสอนลูกเราต้องสอนให้ลูกเป็นคนดีและเข้ากับสังคมหรือสภาพแวดล้อมต่างๆให้ได้รวมไปถึงเป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกว่าให้ความอบอุ่นแก่เด็กหรือลูก หลังจากที่ได้เขียนลงไปในกระดาษ a4 และตกแต่งเรียบร้อยแล้ว ได้ออกไปร้องเพลงซึ่งเพลงที่เลือกเป็นเพลงของภาคกลางมีชื่อว่า จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า เป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกเมื่อคนที่รักหรือลูกต้องการอะไรคนเป็นแม่จะต้องเป็นคนที่หามาให้ได้เพื่อความสบายใจและสะดวกแก่คนที่เรารัก วันนี้ยังได้เรียนรู้ว่าเพลงกล่อมลูกมีหลายภาคไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือกลางอีสานใต้ แต่ละภาคก็จะใช้ภาษาเป็นของตัวเอง เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่2 12\07\65

 


สิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้คือ ได้เสริมทักษะการวาดภาพให้ดีขึ้น ได้เขียนมายแมพ การอบรมเลี้ยงดูเเบบเดียว ว่าการอบรบเรียนดูของเราเป็นเเบบไหน เช่นเลี้ยงลูเเบบไหน การเลี้ยงดูที่เหมาะสมเป็นอย่างไร แล้วหลังจากได้แบ่งเป็นกลุ่มใครกลุ่มมัน เพื่อที่จะมาแชร์ความรู้กันเเล้ว เอางานเดียวไปติดรวมกันเป็นกลุ่มกับเพื่อน

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การเรียนครั้งที่1

การเรียนครั้งที่1 วันนี้ได้นัดพบกันที่ใต้ตึกคณะ ได้วาดรูปตัวเอง เเละได้รู้จักเพื่อนมากยิ่งขึ้นว่าใครมาจากไหน ได้เรียนรู้การพับจรวด จากเพื่อนๆ เเละหลังจากนั้นก็ได้เดิน มาที่ตึก 29 เพื่อที่จะ มาสร้าง blogger เป็นของตัวเอง เพื่อที่จะง่ายต่อการสั่งงาน เก็บงานด้วยครับ ทุกคนเป็นกันเองมากครับ

การเรียนรู้ครั้งที่ 16 25/10/65

สรุปการเรียนรู้ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 https://drive.google.com/file/d/1lxi2xMhQ2hU0UqO11X4rmnFXUMpYlqiw/view?usp=drivesdk คลิปวีดีโอก...